จยย.กระเพาะหมู โมเดล

0
300

สำนักงานหลักประกันสุขภาพ เขต 6 ร่วมกับ สมาคมคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคภาคตะวันออก จัดเวทีประชุมชี้แจงแนวทางการส่งเสริมการเข้าถึงบริการสาธารณสุข

กลุ่มแรงงานนอกระบบโดย ยกวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในพื้นที่กระเพาะหมู เขตพระประแดง เป็นต้นแบบ.

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2561 ที่ห้องประชุม สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพระประแดง นายวรณัฐ หนูรอด นายอำเภอพระประแดง ประธานการประชุมว่าด้วยแนวทาง การส่งเสริมปัญหาด้านสุขภาพกับแรงงานนอกระบบโดยเฉพาะกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง พื้นที่ อำเภอพระประแดง โดยผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายจเด็จ ปัถวี ผู้อำนวยการสำนักงานสาธารณสุขอำเภอพระประแดง รพ.สต. ท้องถิ่น อบต. 6 แห่ง เทศบาล 2 แห่ง ตำรวจ ขนส่งพระประแดง กู้ภัย ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน นายวันชาติ แก้วนุช นายกสมาคมรถจักรยานยนต์ รับจ้างจังหวัดสมุทรปราการ ดร.วิโรจน์ เวทยาวงศ์ อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการ

นอกจากนี้ยังมี นายวิศิษฎ์. ยี่สุ่นทอง ผช.สปสช.เขต 6 ระยอง นายสุริยัน เจ้าหน้าที่สปสช.และ นางสาวสุภาวดี วิเวก นายกสมาคม คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคภาคตะวันออก ผู้จัดการประชุมในนครั้งนี้ ได้ร่วมกันวางแผน การขับเคลื่อนงานแรงงานนอกระบบกลุ่มวินมอเตอร์รับจ้าง ที่มีการขึ้นทะเบียน กับอำเภอ โดยการรวมกลุ่มแกนนำ รับความรู้ เรื่องอาชีวอนามัย pp กองทุนตำบล เขื่อมโยง รพ.สต. เพื่อใช้งบกองทุนตำบล ผลักดันประเด็นขับเคลื่อนพชอ. ซึ่งนายอำเภอ สนับสนุนแบะส่งเสริม ตลอดจนการสำรวจข้อมูลติดเตียง ซึ่งโดยแกนนำวินมอเตอร์ไซค์ และแกนนำจิตอาสาค้นหาคนในพื้นที่ ณ ห้องประชุม สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

นายวิศิษฐ์ยี่สุ่นทองผู้ช่วยสำนักงานสปสชเขต 6 กล่าวว่า เป้าหมายและยุทธศาสตร์ร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับระบบสุขภาพของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของทุกองค์กร และของรัฐบาลในยุคปัจจุบัน ได้เล็งเห็นถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับอำเภอท้องถิ่น โดยมีกลไกหลักคือคณะของการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ โดยมีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลัก ในการร่วมกันขับเคลื่อนดำเนินงาน ทั้งนี้สำนักงานกองทุนสุขภาพแห่งชาติมีเครือข่ายหน่วยบริการอยู่ในพื้นที่ หรือที่รู้จักกันในชื่อกองทุนตำบล การเข้ามาส่งเสริมเข้าถึงการบริการสาธารณสุขกลุ่มแรงงานนอกระบบ โดยมีกลุ่มเป้าหมายในเขตพื้นที่อำเภอพระประแดง บริเวณกระเพาะหมู 6 ตำบลโดยเลือกกลุ่มวินมอไซค์รับจ้าง ให้ได้รับความรู้ในการป้องกันโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และไม่ไปเผยแพร่ต่อผู้อื่น จึงนับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความเข้าใจการป้องกันเชื้อโรคที่เกิดจากอาชีพของตนทั้งยังไม่ติดต่อไปยังผู้อื่นอีกด้วย.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here