นำร่องแก้ 10 จังหวัด ปิด 30 จุดเสี่ยง ให้เป็นถนนปลอดภัย

0
118


สสส.จับมือ สช. ร่วมภาคประชาชน ประสานเครือข่ายรัฐ เอกชน ประชาชน

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2562 ที่สวนลานเพลิน ถนนพระราม 4 ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ( สสส.) นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) เปิดกิจกรรม “ Thailand Big Movie Road Safety ” เพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุโดย สสส.ร่วมกับ สช.และภาคีเครือข่ายทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แสดงพลังเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมเป็นกำลังใจในการช่วยเหลือสอดส่องให้ ถนนปลอดภัย ร้ายอุบัติเหตุ ทั้งนี้ภายในงานได้นำร่องถนนปลอดภัย 4 ภาค 4 พื้นที่

ดร. สุปรีดา กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา ภาคีเครือข่ายร่วมทั้งภาครัฐ เอกชน ได้ร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับการแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของประเทศในระดับหนึ่ง แต่ปัญหาสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในบ้านเรามีองค์ประกอบหลักสำคัญสำคัญ 3 ประการคือ คน รถ ถนนและสิ่งแวดล้อม

คน. ดูจะเป็นปัญหาสำคัญจากการวิเคราะห์ของฝ่ายวิชาการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าสาเหตุใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการขับขี่ จะเห็นว่าปีล่าสุด 2561 มีการออกใบสั่งถึงจำนวน 11,734,415 ใบ โดยส่วนใหญ่จะพบว่าเป็นรถขนส่งภาคเอกชน ชัดเจนว่าบ้านเราการทำงานเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จะต้องมีมากขึ้น

ถนน.บ้านเรามีถนนอยู่ในความดูแลหลากหลายหน่วยงาน ยังมีจุดเสี่ยงอยู่มากหากประชาชนใช้ร่วมกันจะต้องคอยสอดส่องเป็นหูเป็นตาให้หน่วยงานรัฐ หน่วยงานเจ้าของถนน ได้ดำเนินการแก้ไขก็จะช่วยได้มาก เพราะทางวิชาการชี้ว่าองค์ประกอบสาเหตุอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น 27 เปอร์เซ็นต์เกิดจากถนนและสิ่งแวดล้อม ก็คือจุดเสี่ยง จึงเริ่มที่ประชาชนจะต้องช่วยกันแก้ปัญหา

นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป กล่าวว่า มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญกับการลดปัญหาอุบัติเหตุมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราต้องวางมาตรการสร้างโมเดล เพื่อการแก้ปัญหาอย่างจริงจังแนะแนวทางจากการร่วมมือของภาคประชาชน จากภาคีเครือข่าย ดึงท้องถิ่นท้องที่ เข้ามามีส่วนช่วย ซึ่งที่ผ่านมาเราได้จัดทำโครงการถนน ‘คนเห็นคน’ โดยใช้แนวคิดที่ว่า จากที่เคยเกาะรั้วยืนดู ทำให้เขาได้มีบทบาทวิเคราะห์คิดเกิดการมีส่วนร่วมมีการประชุมแลกเปลี่ยนหาจุดอ่อนจุดแข็งซึ่งเกิดจากจุดเล็กๆ ที่กลุ่มคนเหล่านี้เอาใจใส่เอาใจมาเชื่อมกันแล้วจะกลายเป็นภาพใหญ่ ทั้งประสานกับหน่วยงานที่มีอำนาจนำไปขยายผล เช่น กระทรวงมหาดไทย ปภ ทางหลวง ตำรวจ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในที่สุดจึงได้เกิดแนวคิด “ Thailand Big Move Road Safety” คิดแบบบ้านๆ ก็คือการหาไอเดียของคนในชุมชนจากชาวบ้านว่า อยากได้อะไรอยากทำอะไร จากจุดเล็กๆเหล่านี้แหละ จะเป็นการช่วยแก้ปัญหานั้น นำองค์ความรู้ไปขยายผลแม้จะไม่สำเร็จในเร็ววัน แต่มันก็ทำให้สังคมได้ตื่นตัวโดยเริ่มจาก 10 จังหวัดให้แก้ไขให้ได้ 30 จุดเสี่ยงขยายไปให้ครบใน 283 อำเภอเสี่ยง ซึ่งคาดว่าจะครบทั้ง 77 จังหวัดในปีนี้

ทางด้านนางสาวอังคณา ขาวเผือก เลขาชมรมเฝ้าระวังภัยปัจจัยเสี่ยงจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า สมุทรปราการเป็นจังหวัดที่มีอุบัติเหตุสูง อันดับ 3 พบว่าเมื่อปี 2561 มีอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาก มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย จุดเสี่ยงอยู่ที่อำเภอเมือง และอำเภอบางพลี เนื่องจากเป็นถนนใหญ่เลนส์กว้างเชื่อมต่อกับหลายจุดตัด และยังมีแหล่งนิคมอุตสาหกรรม มีการใช้ถนนโดยเฉพาะรถบรรทุกเป็นจำนวนมาก จากปัจจัย คน ถนน รถ ได้ร่วมกับเครือข่ายชุมชน ช่วยกันหาแนวทางลดอุบัติเหตุ โดยผ่านโครงการ คนเห็นคน ขยายไปยังพื้นที่นำร่อง ตำบลสำโรงเหนือ และ เทศบาลตำบลบางปู จะเห็นได้ว่าบางพื้นที่ในซอย โดยเฉพาะซอยวัดด่าน ถนนจะแคบไม่มีไหล่ทาง ไม่มีเลนส์แบ่งกลางถนน รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก วิ่งจำนวนมากทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อย จึงได้ร่วมกันกับ องค์กรท้องถิ่น ตำรวจ ผู้ประกอบการภาคธุรกิจ วางแผนโดยช่วยกันตีเส้น ติดตั้งสัญญาณ สัญลักษณ์อุบัติเหตุ ตรงบริเวณที่มีจุดเสี่ยงมากที่สุด

นับว่าได้รับความร่วมมือจากองค์กรท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ สถานประกอบการ ประชาชน สุดท้ายน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนร่วมกันป้องกันอุบัติเหตุได้ในระดับหนึ่ง

ท้ายนี้อยากจะเชิญประชาชนมาร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยกัน ด้วยเป็นเครือข่าย “ Thailand Big Move Road Safety ”เพื่อเปลี่ยนประเทศไทยให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน นางสาวอังคณา กล่าวในที่สุด.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here