ความเคลื่อนไหว

ครูอัตราจ้างตกงาน ร้อง ผวจ.ช่วยดูแลเร่ง อบจ.ออกข้อบัญญัติ


ครูอัตราจ้างตกงาน ร้อง ผวจ.ช่วยดูแลเร่ง อบจ.ออกข้อบัญญัติ
คณะกรรมการสภาการศึกษาจังหวัดพร้อมตัวแทนครูอัตราจ้างตบเท้าเข้าพบ ผวจ.ให้ช่วยดูแลครูอัตราจ้าง อบจ.800 คนที่กำลังจะหมดสัญญาจ้างสิ้น ก.ย.นี้ให้ อบจ.เร่งทำข้อบัญญัติจ้างต่อ
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 58 เวลา 09.00 น.ว่าที่คณะกรรมการสภาการศึกษาจังหวัดสมุทรปราการประกอบด้วย นายชัยณรงค์ ชยานุคุณลิขิต นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนราชวินิตบางแก้วและโรงเรียนเทพศิรินทร์ นายสุรัตน์ อันตระวาณิชย์ อดีต ผอ.รร.สมุทรปราการ นายวิชัย จันทร์จำรูญ อดีตผอ.กองการศึกษา อบจ.สมุทรปราการ นายคเณศ กมลพันธ์ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการ ดร.วิโรจน์ เวทยาวงศ์ อุปนายกสมาคมฯ พร้อม น.ส.ภัทราภรณ์ ไชยวรรณ น.ส.ละมัย แสนโคตร และนางเขมิสรา มะลิฉ่ำ ตัวแทนครูอัตราจ้าง อบจ.สมุทรปราการได้ยื่นหนังสือเข้าขอความช่วยเหลือจากนายพินิจ หาญพาณิชย์ ผวจ.ณ ห้องทำงานศาลากลางจังหวัดในกรณีปัญหาในการสนับสนุนตามโครงการอัตราจ้างครูช่วยสอนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าทาง อบจ.จะสนับสนุนโครงการดังกล่าวต่อหรือไม่ เพราะนี้จะสิ้นสุดสัญญาการจ้างประจำปีงบประมาณ 2558 ในวันที่ 30 ก.ย. นี้ แต่ด้วยในขณะนี้ทาง อบจ.ขาดคณะผู้บริหารในการเสนอข้อบัญญัติเพื่อเข้าสภา อบจ.อนุมัติจึงทำให้บรรดาครูอัตราจ้าง อบจ.ในหน่วยงานการศึกษาทุกระดับทั่งจังหวัดจำนวน 850 อัตราเป็นเงิน 150ล้านกว่าบาท ซึ่งหากไม่ได้รับการสนับสนุนต่ออาจเกิดปัญหากระทบแก่การเรียนการสอนและการบริหารการศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษาของจังหวัดที่กำลังดำเนินไปด้วยดีทำให้โรงเรียนต่างๆในจังหวัดที่เคยได้รับรางวัลด้านการประกวดกิจกรรมต่างๆทั้งในระดับภาคและระดับชาติมากมายอาจมีผลกระทบและปัญหานี้อาจกระทบส่งผลไปถึงผู้ปกครองและนักเรียนทั่วจังหวัดโดยเฉพาะกับทางครอบครัวที่มีรายได้น้อยไม่สามารถส่งลูกเข้าศึกษาในโรงเรียนเอกชนได้อีกทั้งอาจนำไปสู่ปัญหาการว่างงานของครูอัตราจ้าง อีกทั้งหากถูกเลิกจ้างก็จะไม่ได้รับเงินชดเชยกรณีตกงานอย่างพนักงานโรงงานและบริษัททั่วไปที่มีเงินกองทุนช่วยเหลือ ทั้งนำไปสู่ปัญหาการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศชาติอีกด้วย โดยนายพินิจ หาญพาณิชย์ ผวจ.สมุทรปราการกล่าวว่าเรื่องดังกล่าวตนเองเชื่อว่าทาง อบจ.คงไม่ปล่อยทิ้งแน่เพราะนโยบายต้องการช่วยเหลือจ้างครูและต้องการยกระดับการศึกษาของจังหวัดอยู่แล้วแต่โครงการดังกล่าวเป็นโครงการใช้เงินงบอุดหนุนของ อบจ.ไม่ใช่งบรายจ่ายประจำปีดังนั้นโครงการดังกล่าวก็ต้องขึ้นอยู่กับทาง อบจ.แต่ในส่วนตนเองก็จะช่วยประสานให้ทาง อบจ.จัดทำข้อบัญญัติวาระโครงการจ้างครูให้เร็วที่สุดซึ่งในช่วงของสุญญากาศหลังสิ้นเดือน ก.ย.นี้ก็คงต้องให้ทางผู้บริหารการศึกษาทุกระดับชั้นทั้งประถมศึกษา มัธยม อาชีวะ และการศึกษาพิเศษต้องทำความเข้าใจชี้แจงให้ทางผู้บริหารโรงเรียนทราบเพื่อจะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาเตรียมเงินทุนสำรองให้ครูไปก่อนดังเช่นที่เคยประสบปัญหาเมื่อปีที่ผ่านมาจะสะดุดตรงสิ้นปีงบประมาณ แต่เมื่อทางสภา อบจ.อนุมัติงบประมาณมาก็จ่ายให้ครูอัตราจ้างย้อนหลังตั้งแต่เดือน ต.ค. 58 เช่นกัน
ทางด้านนายธนวัฒน์ กล่ำพรหมราช รองปลัดองค์การรักษาการแทนนายก อบจ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่าเรื่องโครงการจ้างครูช่วยสอนของ อบจ.ที่ทำต่อเนื่องมากว่า 5 ปีตลอดสมัยที่ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม เป็นนายก อบจ.ได้จัดทำแผนงบประมาณเสนอโครงการครูจ้างสอนมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งโครงการดังกล่าวนับเป็นประโยชน์มหาศาลกับการศึกษาของจังหวัดสมุทรปราการทำให้เด็กและเยาวชนที่ศึกษาเรียนอยู่ในจังหวัดได้มีครู อาจารย์ ช่วยสอนแนะนำดูแลใกล้ชิดเพราะปัจจุบันทุกสถาบันของรัฐขาดอัตรากำลังครูเป็นจำนวนมาก จนเป็นปัญหากับระบบการเรียนการสอนและตั้งแต่ทาง อบจ.ได้จัดสนับสนุนงบประมาณจ้างครูระดับปริญญาตรี เสริมเข้าไปช่วยจะเห็นได้ว่าคุณภาพการเรียนการสอนของเด็กและเยาวชนของจังหวัดสมุทรปราการยกระดับชั้นสู่ความเป็นเลิศจนได้รับรางวัลด้านการศึกษาและการประกวดกิจกรรมต่างๆในระดับภาคและระดับชาติมากมายซึ่งโครงการครูจ้างสอนของอบจ.ก็จะดำเนินการต่อยอดเพื่อการศึกษาของจังหวัดสู่ความเป็นเลิศตามที่ นายชนม์สวัสดิ์ อดีตนายก อบจ.ได้วางรากฐานไว้ จึงขอให้ครูจ้างสอนของ อบจ.อย่าหวั่นวิตกว่าทาง อบจ.จะยกเลิกโครงการดังกล่าวเพราะทางสภาอบจ.โดยคณะ ส.อบจ.ทุกเขตก็ได้ให้การสนับสนุนผ่านงบประมาณให้อยู่แล้ว
ทางด้านผู้บริหารหลายโรงเรียนที่ผู้สื่อข่าว นสพ.ปราการนิวส์ได้สอบถามถึงโครงการดังกล่าว อาทิ นายณรงค์ สิงห์ศิฬิ ผอ.รร.วัดแหลมฟ้าผ่าพื้นที่เขตการศึกษา สพป.1 อำเภอพระสมุทรเจดีย์ กล่าวว่าอัตรครูของโรงเรียนซึ่งต้องดูแลลูกศิษย์ตั้งแต่ระดับวัยเรียนจนถึงระดับมัธยมศึกษาขยายโอกาสทางการศึกษาภาคบังคับมีนักเรียนรวม 700 กว่าคนปกติจะขาดอัตรากำลังครูถึง 11 คน อบจ.ได้สนับสนุนครูช่วยจ้างสอนมาให้ 6 อัตราแม้ยังขาดอัตรากำลังอยู่ก็ถือว่าเป็นโชคดีที่มีครูมาช่วยดูแลทำให้การเรียนการสอนเป็นไปตามนโยบายจนทำให้โรงเรียนได้รับรางวัลด้านการเรียนการสอนและชนะการประกวดกิจกรรมด้านการศึกษาหลายรางวัล ต้องยอมรับว่าบรรดาครูจ้างสอนเหล่านี้ตั้งใจทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็งสมเป็นครูที่ดี ทั้งนี้อาจเป็นเพราะทุกคนมีจิตวิญญาณครูที่ต้องการถ่ายทอดความรู้ ดูแลลูกศิษย์และรู้ดีว่าจะต้องมีการประเมินกันปีต่อปีครูจ้างสอนซึ่งหลายคนได้เข้าโครงการนี้มา 5-6 ปีแล้ว และต่างก็พยายามหาความรู้ หาความก้าวหน้าเพื่อจะได้สอบบรรจุเป็นข้าราชการครูต่อไปในอนาคตอีกด้วย ถือว่าโครงการครูจ้างสอนของ อบจ.ช่วยทั้งครู ลูกศิษย์และผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง
ส่วนว่าที่ ร.ต.ลมบล บุญมานะ ผอ.รร.ปุณหังสนาวาส สังกัด สพป.1อ.พระประแดง กล่าวว่า ครูจ้างสอนเป็นพลังด้านการเรียนการสอนของโรงเรียนได้เป็นอย่างมากเพราะทุกคนขยันขันแข็งหลายคนเข้าสู่โครงการนี้ตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา หากโครงการนี้ถูกยกเลิกไปก็จะทำให้ครูในจังหวัดเกือบพันคนต้องตกงานซึ่งบางคนก็มีอายุมากขึ้นหางานใหม่คงลำบากมีผลกระทบไปถึงครอบครัวเป็นปัญหากับสังคมที่สำคัญคือจะมีผลกระทบไปถึงนักเรียนที่ขาดครูคอยดูแลแนะนำขาดระเบียบวินัยและไม่ได้รับความรู้ที่พึงได้รับอีกด้วย
ทางด้าน ดร.ชณัฐดา ฤทธิ์แดง ผอ.รร.วัดบางนางเกรง สังกัด สพป.1 อ.เมืองกล่าวว่าการเกลี่ยอัตรากำลังครูทาง สพฐ เอาเกณฑ์จัดสรรครูต่อนักเรียน 20 ต่อ 1 ไม่ดูตามความเป็นจริงหากโรงเรียนไหนเด็กน้อยไม่ถึงร้อยคนก็จะได้อัตราครูไม่ครบชั้น สมมุติโรงเรียนมีนักเรียน 100 คนก็ได้ครู 5 คน ทั้งที่ต้องสอนป.1-ป.6จึงต้องเอาเด็กต่างระดับมาสอนควบรวมกันทำให้มีปัญหากับการเรียนการสอนดีที่ได้ครูจ้างสอนของ อบจ.มาเพิ่มสมทบให้ช่วยแก้ปัญหาขากแคลนครูไปได้ ส่วนโครงการที่ขาดแคลนครูในสาขาที่ต้องการอาทิครูวิทย์ คณิต อังกฤษ คอมพิวเตอร์ นาฎศิลปะ พละศึกษา ก็จะได้รับการคัดจาก อบจ.ส่งมาช่วยเสริมการเรียนการสอนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นเด็กหลายคนได้รับความรู้สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดมากมายเพราะโครงการครูจ้างสอนของ อบจ.หากโครงการนี้ถูกยกเลิกไปจะเป็นปัญหาต่อการเรียนการสอนและเป็นปัญหาต่อสังคมอย่างแน่นอนโดยเฉพาะครูจ้างสอนที่หวังจะทำผลงานการสอนเพื่อเลื่อนระดับไปสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูต้องมีคุณสมบัติการสอนต่อเนื่องติดต่อกันอย่างน้อยกว่า 3 ปีหากมีรายใดที่ต้องถูกเลิกจ้างก่อนกำหนดเวลาก็จะทำให้เสียสิทธิสมัครสอบซึ่งเป็นปัญหาหนึ่งที่มีผลกระทบกับครูกลุ่มนี้ด้วย
สำหรับโครงการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาในการจ้างครูผู้สอนให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนครูของ อบจ.สมุทรปราการเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่สมัยที่ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม เข้าดำรงตำแหน่งนายก อบจ. ปี 54 จนถึงปัจจุบันเป็นโครงการที่มีคุณค่ามหาศาลกับการศึกษาของจังหวัดโดยจะจัดสรรครูไปยังโรงเรียนที่ขาดแคลนในทุกระดับทั้งระดับประถม มัธยมศึกษา อาชีวะ กศน. และศูนย์การศึกษาพิเศษ ซึ่งจะจัดสรรเพิ่มให้ทุกปี ตามความเป็นจริงที่จังหวัดสมุทรปราการมีทั้งประชาชนในพื้นที่และประชากรแฝงที่มาอาศัยอยู่จำนวนมากเพราะเป็นจังหวัดเศรษฐกิจดีทำให้มีการนำลูกหลานมาเข้าเรียนมากขึ้นทุกปี และจะจ่ายค่าจ้างสอนเต็มตามจำนวนคุณวุฒิที่รัฐกำหนดวุฒปริญญาตรี คนละ 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งครูผู้สอนจะได้รับเต็มจำนวนไม่มีหักค่าใช้จ่ายอื่นๆแต่อย่างใดถือเป็นการจ้างงานช่วยลดปัญหาสังคมได้อีกทางหนึ่ง โดยในแต่ละปีทาง อบจ.ต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อให้จังหวัดเป็นเลิศด้านการศึกษาและต้องขยายการจ้างครูเพิ่มขึ้นทุกปี จากอดีตเริ่มต้นโครงการปี 54 มีจำนวน 700 อัตราจนล่าสุดงบประมาณปี 59 มีสถานศึกษาร้องขอเพิ่มขึ้นซึ่งทาง อบจ.ได้จัดงบจ้างไว้ที่ 850 อัตราเป็นเงินทั้งสิ้น 150 กว่าล้านบาทเพื่อยกระดับการศึกษาของจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งในช่วงที่อาจเกิดสุญญากาศในการเตรียมทำข้อบัญญัติงบประมาณทำให้เงินจ้างเข้าสู่ระบบล่าช้าทางโรงเรียนจึงจำเป็นต้องหาเงินสนับสนุนช่วยเหลือครูจ้างสอนไปก่อนดังเช่นปีที่ผ่านมามักจะสะดุดในช่วงรอยต่อของงบประมาณประจำปีโดยทาง อบจ.ขอย้ำให้ครูอุทิศทุ่มแรงกายแรงใจสั่งสอนอบรมศิษย์ให้เต็มที่ไม่ต้องหวั่นไหวกับข่าวลือที่ว่า อบจ.จะยกเลิกโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด

ความเห็น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

9 + 1 =