วันที่ 24 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ หรือ “รองโจ” อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต 4 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในชุมชนซอยโรงน้ำแข็ง หมู่ 20 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังชาวบ้านรวมตัวร้องขอความช่วยเหลือในการดำเนินการยกถนนสาธารณะภายในชุมชนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำงบประมาณมาพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากยาวนานกว่า 30 ปี
โดย พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมให้คำปรึกษาด้านกฎหมายอย่างใกล้ชิด และพากลุ่มชาวบ้านเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ สาขาบางพลี เพื่อดำเนินการคัดลอกเอกสารโฉนดที่ดิน รวมถึงเตรียมความพร้อมในการยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อนำคำพิพากษามาประกอบคำร้อง ในการผลักดันให้ถนนภายในชุมชนสามารถโอนเป็นสาธารณะและอยู่ในความดูแลของภาครัฐได้อย่างถูกต้อง
ด้านนางโชคชุดา เพ็ชรสหาย แพทย์ประจำตำบลบางพลีใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแทนชาวบ้านและเป็นผู้พักอาศัยภายในชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนเปิดเผยว่า ชาวบ้านภายในชุมชนซอยโรงน้ำแข็ง ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมภายในชุมชนซ้ำซากมานานหลายปี เนื่องจากที่ผ่านมาถนนสาธารณะที่เป็นทางเข้าออกของคนในชุมชน ยังเป็นพื้นที่เอกชนทำให้หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ไม่สามารถเข้ามาดูแลในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมาชาวบ้านได้ช่วยกันติดตามหาเจ้าของที่ดินและทายาทมาเป็นเวลานานระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดปัญหาในหลายๆด้าน ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและข้อกฎหมายที่ชาวบ้านไม่รู้ จึงได้รวมตัวกันมาขอความช่วยเหลือกับทางด้าน “รองโจ” เพื่อให้ท่านช่วยเหลือเป็นสื่อกลางช่วยประสานงานและให้ความช่วยเหลือแก่ชาวบ้าน ซึ่งในครั้งนี้รู้สึกมีความหวังมากกว่าทุกครั้ง เนื่องจากการดำเนินงานด้านเอกสารมีความคืบหน้ามากกว่าทุกครั้งที่ชาวบ้านมาประสานงานเอง จึงอยากขอเป็นตัวแทนชาวบ้านในการขอบคุณท่าน รองโจ ที่เสียสละเวลามาช่วยเหลือชาวบ้านในครั้งนี้
ทั้งนี้ พ.ต.อ.กรวัฒน์ ยังได้ให้คำมั่นกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่าจะเดินหน้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้โครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งรับภาระค่าใช้จ่ายในกระบวนการทางกฎหมายและค่าดำเนินการในชั้นศาลให้แก่ชาวบ้านทั้งหมด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่ายของชาวบ้าน และจะเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับชาวบ้านอย่างยั่งยืนต่อไป







