วิว เยาวภา ย้ำ “หัวหิน เมืองมวยไทย” จัดศึกมวยมันส์วันเสาร์ ชาวต่างชาติแห่ชมความมันส์ หวังภาครัฐ–เอกชนร่วมหาทางออกมวยเด็ก สร้างอนาคตยอดมวยไทยปลอดภัยยั่งยืน
ค่ำวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่เดอะ เลเจ้นท์ อารีน่า ชั้น 3 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีการจัดการแข่งขันมวยไทยรายการ “Muay Thai Saturday Super Fight” หรือ “มวยมันส์วันเสาร์” บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าชมการแข่งขัน เพื่อร่วมสัมผัสศิลปะมวยไทยอย่างใกล้ชิด
การจัดการแข่งขันครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้เมืองหัวหินเป็น “เมืองมวยไทย” และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมีภาคเอกชนร่วมสนับสนุน อาทิ ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน และน้ำดื่มมินิม่อน เพื่อร่วมสร้างเวทีให้กับนักมวยไทยทั้งระดับเยาวชนและประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสแสดงฝีมือ ซึ่งรายการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน เพื่อสร้างสีสันด้านกีฬาและส่งเสริมภาพลักษณ์หัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวและเมืองกีฬา





นางสาวเยาวภา บุรพลชัย หรือ “วิว เยาวภา” อดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ และผู้บริหารเดอะ เลเจ้นท์ อารีน่า ในฐานะผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า หัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง และมวยไทยถือเป็นศิลปะประจำชาติที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี จึงอยากผลักดันให้หัวหินเป็นเมืองกีฬาและเมืองมวยไทย ที่สามารถสร้างทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และโอกาสให้กับเด็กเยาวชนในพื้นที่
“มวยไทยไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นวัฒนธรรม เป็นศิลปะ เป็นกีฬา และเป็นอาชีพได้ เราอยากให้หัวหินเป็นเมืองมวยไทยที่นักท่องเที่ยวมาแล้วได้ชม ได้เรียนรู้ และได้สัมผัสมวยไทยอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก็เป็นเวทีให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาตัวเอง” นางสาวเยาวภา กล่าว
สำหรับการแข่งขันครั้งนี้มีนักมวยไทยเยาวชนและนักมวยไทยทั่วไปขึ้นชกรวมทั้งหมด 8 คู่ โดยแต่ละคู่ได้รับความสนใจจากผู้ชมรอบเวที ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เข้ามาร่วมเชียร์และสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันมวยไทยอย่างใกล้ชิด





ด้านผลการแข่งขันคู่ไฮไลท์ หนึ่งในคู่ที่ได้รับความสนใจจากแฟนมวยอย่างมาก คือการขึ้นชกของ “มัจจุราชขาว ศ.เกรียงไกร” นักมวยเยาวชนชาวแคนาดาที่หลงใหลในศิลปะมวยไทย และเดินทางมาเก็บตัวฝึกซ้อมที่หัวหินเป็นเวลานานเกือบ 1 ปี โดยไฟต์นี้สามารถโชว์ทักษะและความสามารถได้อย่างโดดเด่น ก่อนเอาชนะคะแนน “ขุนเดช ป.พรหมมินทร์” ไปได้อย่างน่าประทับใจ สะท้อนให้เห็นว่ามวยไทยยังคงได้รับความนิยมจากเยาวชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ขณะที่คู่เอกของรายการ เป็นการพบกันระหว่าง “พรพิสิทธิ์ เพาเวอร์พั้นบ็อกซิ่งยิม” กับ “เกียรติศักดิ์ อบต.ปรีชา” ซึ่งทั้งสองฝ่ายเปิดเกมแลกอาวุธกันอย่างสนุก สมศักดิ์ศรีคู่เอกของรายการ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้ชมรอบเวที ก่อนที่ “เกียรติศักดิ์ อบต.ปรีชา” จะอาศัยจังหวะศอกกลับ เอาชนะน็อก “พรพิสิทธิ์ เพาเวอร์พั้นบ็อกซิ่งยิม” ไปได้ในยกที่ 2 อย่างสวยงาม ปิดฉากคู่เอกของรายการอย่างประทับใจ
นางสาวเยาวภา กล่าวถึงประเด็นมวยเด็กว่า เข้าใจความห่วงใยของภาครัฐ แพทย์ ผู้ปกครอง และสังคม เรื่องความปลอดภัยของเด็ก โดยเฉพาะผลกระทบต่อร่างกายและพัฒนาการทางสมองในระยะยาว แต่ขณะเดียวกันก็อยากให้มองอีกมุมว่า มวยไทยมีส่วนสร้างชีวิตและสร้างอนาคตให้เด็กจำนวนมาก
“เราเข้าใจคนทำมวย เข้าใจค่ายมวย และเข้าใจผู้ปกครอง เพราะกว่าจะสร้างนักมวยที่ดีขึ้นมาได้ เด็กต้องมีประสบการณ์ ต้องเรียนรู้บรรยากาศบนเวที ต้องรู้จักควบคุมความกดดัน ความกลัว และรู้จักแพ้ชนะ แต่วิธีการต้องปลอดภัย เหมาะสมกับวัย และไม่ใช่นำรูปแบบมวยผู้ใหญ่มาใช้กับเด็กโดยตรง” นางสาวเยาวภา กล่าว





นางสาวเยาวภา กล่าวเพิ่มเติมว่า มวยไทยช่วยให้เด็กใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีวินัย มีเป้าหมาย ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลสิ่งไม่เหมาะสม และในหลายกรณียังเป็นเส้นทางสู่อาชีพ รายได้ ทุนการศึกษา และอนาคตที่ดีของเด็กเยาวชน แต่สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องร่วมกันสร้างมาตรฐานที่ชัดเจน
สำหรับแนวทางการจัดมวยเยาวชน นางสาวเยาวภา ระบุว่า ควรให้ความสำคัญกับการจับคู่แข่งขันให้เหมาะสม ทั้งอายุ น้ำหนัก รูปร่าง และประสบการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันมากเกินไป พร้อมให้ผู้ตัดสินมีบทบาทสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของนักมวยบนเวทีอย่างใกล้ชิด
“การแข่งขันของเด็กควรเน้นลีลา เชิงมวย ทักษะ การออกอาวุธที่ถูกต้อง การป้องกันตัว และน้ำใจนักกีฬา ไม่ใช่เน้นความรุนแรงเหมือนมวยผู้ใหญ่ ระยะเวลาการแข่งขันก็ควรน้อยกว่าและเหมาะสมกับวัย เพื่อให้เด็กได้ประสบการณ์ ได้พัฒนา แต่ยังอยู่ในระบบที่ปลอดภัย” นางสาวเยาวภา กล่าว
นางสาวเยาวภา ยังเสนอให้ภาครัฐเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่อยู่ในวงการมวยจริง ทั้งค่ายมวยไทยอาชีพ ครูมวย ผู้จัดการแข่งขัน ผู้ปกครอง เด็กนักมวย แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านกลไกของการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรฐานมวยเด็กที่ปลอดภัยและปฏิบัติได้จริง

นอกจากนี้ ยังอยากให้ภาครัฐและภาคเอกชนพิจารณามาตรการสนับสนุนค่ายมวยและเด็กเยาวชน เช่น อุปกรณ์ป้องกัน การอบรมครูมวยและผู้ตัดสินด้านความปลอดภัย ประกันอุบัติเหตุ การตรวจสุขภาพ ทุนการศึกษา และการช่วยเหลือค่ายมวยที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน เพื่อให้การคุ้มครองเด็กเกิดขึ้นจริงโดยไม่ทำลายโครงสร้างการสร้างนักมวยไทยในระดับรากฐาน
“ทางออกไม่ควรเป็นการปิดประตูมวยเด็กทั้งหมด แต่ควรเป็นการสร้างเวทีมวยเด็กที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และสร้างอนาคตได้อย่างยั่งยืน เด็กต้องมีประสบการณ์เพื่อเติบโตเป็นยอดมวย แต่ประสบการณ์นั้นต้องอยู่ในระบบที่เหมาะสมกับวัยและไม่ทำลายอนาคตของเด็ก” นางสาวเยาวภา กล่าว
นางสาวเยาวภา กล่าวทิ้งท้ายว่า เดอะ เลเจ้นท์ อารีน่า พร้อมร่วมมือกับภาครัฐ การกีฬาแห่งประเทศไทย ค่ายมวย ผู้ปกครอง และทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนามวยไทยเยาวชนให้ปลอดภัย เป็นธรรม และยั่งยืน พร้อมผลักดันให้หัวหินเป็นหนึ่งในเมืองมวยไทยที่สามารถสร้างนักกีฬา สร้างอาชีพ สร้างเศรษฐกิจ และส่งต่อศิลปะมวยไทยสู่สายตาชาวโลก
