คึกคักรับวันแรก! กระทรวงแรงงานเปิดรับสมัคร บอร์ดประกันสังคมปี 69 ด้าน “ทีมพลังผู้ประกันตน” ชูสโลแกนความโปร่งใส เปิด 5 นโยบายหลักยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 — บรรยากาศวันแรกของการเปิดรับสมัครผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน เพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ประจำปี 2569 เป็นไปอย่างคึกคัก โดยกระทรวงแรงงานเปิดเผยยอดผู้สมัครทั่วประเทศในวันแรก (1 กรกฎาคม) มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 50 คน ทั้งนี้ การ
เปิดรับสมัครจะดำเนินไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ ก่อนจะจัดให้มีการเลือกตั้งครั้งสำคัญในวันที่ 27 กันยายน 2569
“ทีมพลังผู้ประกันตน” ประกาศสู้ศึกยกทีม เบอร์ 10–14 และ 21 ท่ามกลางการตื่นตัวของภาคแรงงาน “ทีมพลังผู้ประกันตน” กลุ่มผู้สมัครในฝั่งผู้ประกันตน ได้ประกาศความพร้อมในการลงชิงชัยแบบยกทีม พร้อมเชิญชวนให้ผู้ประกันตนร่วมใจกันเลือกทั้งทีมเพื่อเข้าไปขับเคลื่อนกองทุน โดยมีรายชื่อและหมายเลขผู้สมัคร ดังนี้:
เบอร์ 10 สกุลรัตน์ ยศเรืองศักดิ์
เบอร์ 11 ขวัญทูล แดงสกุล
เบอร์ 12 วสันต์ มหิงสา
เบอร์ 13 ธนพัต ธนัตเจริญ
เบอร์ 14 พรเทพ ทองภูบาล
เบอร์ 21 ศิริศักดิ์ บัวชุม
สโลแกนหลัก: “โปร่งใส คุ้มครองจริง กองทุนยั่งยืน” ทางทีมเน้นย้ำหลักการสำคัญว่า กองทุนประกันสังคมคือเงินของผู้ประกันตนทุกคน การบริหารจัดการจึงต้องเปิดเผย ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง มุ่งเน้นการนำเงินกองทุนกลับมาสร้างหลักประกันชีวิตที่จับต้องได้ ทั้งในด้านการรักษาพยาบาล สิทธิประโยชน์ และรายได้หลังเกษียณ





เปิด 5 พิมพ์เขียวปฏิรูปสิทธิประโยชน์และจุดยืนกองทุน
หากได้รับความไว้วางใจ “ทีมพลังผู้ประกันตน” พร้อมผลักดันนโยบายยกระดับสิทธิประโยชน์สำคัญอย่างน้อย 5 ประการ ประกอบด้วย:
บัตรประชาชนใบเดียว รักษาได้ทุกโรงพยาบาล: ลดข้อจำกัดเรื่องโรงพยาบาลประจำและการส่งต่อ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการรักษา
ครอบคลุมโรคเกิดใหม่และยาใหม่: สิทธิการเบิกจ่ายยาที่จำเป็นต้องเป็นไปตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ทันสมัยและเป็นธรรม
เพิ่มเงินสนับสนุนครอบครัว: ปรับเพิ่มค่าคลอดบุตรเป็น 30,000 บาท (จากเดิม 15,000 บาท) ขยายสิทธิสงเคราะห์บุตรยาวถึงอายุ 12 ปี และเพิ่มเงินสงเคราะห์เป็นเดือนละ 1,200 บาท (จากเดิม 800 บาท)
คุ้มครองผู้ประกันตน ม.39 อย่างต่อเนื่อง: คงสิทธิบำนาญและสิทธิประโยชน์สำคัญ 3 กรณี (เจ็บป่วย, ตาย, ทุพพลภาพ) ทันทีหลังสิ้นสุดสถานะ ม.33
ปรับโครงสร้าง ม.40: ลดเหลือช่องทางเดียวเพื่อความง่ายในการเข้าถึงของแรงงานนอกระบบ พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์ครอบคลุม 5 กรณีหลัก (เจ็บป่วย, ตาย, ทุพพลภาพ, คลอดบุตร, บำเหน็จ) จุดยืนต่อสูตรบำนาญ CARE และการบริหารกองทุน




สำหรับข้อถกเถียงเรื่องสูตรคำนวณบำนาญ CARE ทางทีมระบุว่าต้องดำเนินการอย่างรอบคอบภายใต้หลักการ “ไม่ลดสิทธิเดิม เพิ่มความเป็นธรรมใหม่” โดยเสนอให้ผู้ประกันตนรายใหม่เริ่มใช้สูตร CARE เมื่อกฎหมายบังคับใช้ ส่วนผู้ประกันตนเดิมให้ใช้สูตรเดิมเป็นหลัก แต่ปรับฐานคำนวณใหม่โดยเพิ่มฐานคำนวณอีก 30%
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนความเป็นอิสระของคณะกรรมการบริหารการลงทุน (กบร.) เพื่อการบริหารกองทุนที่คล่องตัวและเป็นมืออาชีพ แต่ต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบที่เข้มงวดและเปิดเผยข้อมูลค่าใช้จ่ายและผลตอบแทนแก่สาธารณะ
กางแผนขับเคลื่อน 3 ระยะ มุ่งสู่ “ธนาคารแรงงาน”

นอกจากการปรับสิทธิประโยชน์แล้ว ทางทีมยังมีแนวคิดจัดตั้งเครือข่ายโรงพยาบาลประกันสังคมเฉพาะทางเพื่อลดความแออัด และจัดตั้ง “ธนาคารแรงงาน” เพื่อเป็นแหล่งทุนที่เป็นธรรม ลดหนี้นอกระบบ และส่งเสริมความมั่นคงทางการเงิน โดยวางโรดแมปการทำงานเป็น 3 ระยะ:
ระยะสั้น: เร่งเปิดเผยข้อมูลกองทุน ลดขั้นตอนการใช้สิทธิ และเปิดช่องทางรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกันตน
ระยะกลาง: ผลักดันระบบบัตรประชาชนใบเดียว ยกระดับสิทธิ ม.39 และ ม.40 พร้อมตั้งกลไกตรวจสอบการลงทุน
ระยะยาว: ปฏิรูประบบบำนาญอย่างเป็นธรรม จัดตั้งธนาคารแรงงาน และวางรากฐานความยั่งยืนของกองทุนเพื่อรองรับสังคมสูงวัย
กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน เร่งตรวจสอบสิทธิและลงทะเบียนภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 27 กันยายน 2569
