สังคมท้องถิ่น

“สิริพงศ์ – ภัทรพงศ์” ลงพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ แก้ปัญหาความแออัดระยะสั้น – กางแผนดันสุวรรณภูมิ สู่ Aviation Hub เปิดพิมพ์เขียวพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์และศูนย์บริการฯ

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b9%8c-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b9%8c-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9e

“สิริพงศ์ – ภัทรพงศ์” ลงพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ แก้ปัญหาความแออัดระยะสั้น – กางแผนดันสุวรรณภูมิ สู่ Aviation Hub เปิดพิมพ์เขียวพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์และศูนย์บริการฯ พร้อมอัปเดตแผนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อาคารผู้โดยสารทิศใต้ (South Terminal) และทางวิ่งเส้นที่ 4 เปิดใช้งาน ปี 2583

วันนี้ (17 สิงหาคม 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมคณะนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงตรวจราชการเพื่อยกระดับศักยภาพระบบคมนาคม ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายธนชัย สินธุไพร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายคชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ผู้บริหาร ทอท. ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผู้แทนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมลงพื้นที่

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ตน และนายภัทรพงศ์ ร่วมลงพื้นที่กับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแนวทางการแก้ปัญหาการให้บริการและลดความแออัดของผู้โดยสาร การลดระยะเวลากระบวนการการตรวจคนเข้าเมืองให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือร่วมกันในการแก้ไขระยะสั้น รวมทั้งแผนระยะกลางและระยะยาว เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นประตูแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ ในปี 2568 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีผู้โดยสาร 62.90 ล้านคน และมีเที่ยวบิน 370,823 เที่ยวบิน และในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผู้โดยสาร 61.85 ล้านคน และมีเที่ยวบิน 368,959 เที่ยวบิน

สำหรับการแก้ปัญหาความแออัดและอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร กระทรวงคมนาคมจะเร่งดำเนินการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร ทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่ง ทอท. มีแผนดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่เช็กอินสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเป็นหมู่คณะ และผู้โดยสารที่มาถึงสนามบินล่วงหน้า ขนาดพื้นที่ประมาณ 2,250 ตารางเมตร โดยสามารถรองรับที่นั่งผู้โดยสารประมาณ 610 ที่นั่ง พร้อม CUSS Kiosk 18 จุด และเคาน์เตอร์เช็กอิน 8 จุด รวมทั้งพื้นที่สำหรับ Repack กระเป๋า จุดประชาสัมพันธ์ จุดรักษาความปลอดภัย ร้านค้า จุดคืนภาษี จุดเติมน้ำดื่ม จุดชาร์จ และห้องสูบบุหรี่ เป็นต้น ซึ่งเป็นการยกระดับการให้บริการและเพิ่มความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยว จะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ และมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ ทสภ. เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ที่เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 70 ล้านคนต่อปี มีระยะเวลาก่อสร้าง ปี 2570 – 2574 ในส่วนของการขยายศักยภาพด้านทิศใต้ของท่าอากาศยาน จะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารทิศใต้ (South Terminal) ที่จะสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างระหว่างปี 2572 – 2578 ด้านการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 (4th Runway) ตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานในระยะที่ 2 จะเพิ่มขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินเป็น 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ซึ่งคาดว่าเปิดใช้งานปี 2583

นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคม โดย ทอท. มีแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบท่าอากาศยานของ ทอท. ด้วยการเปิดโอกาสให้เอกชนมาร่วมลงทุนเพื่อต่อยอดรายได้ระยะยาว ซึ่งจากการจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาการพัฒนา ทสภ. สู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) โดยผลการศึกษาภาคเอกชนให้ความสนใจในการเข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่รอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบนพื้นที่แปลงที่ดิน Airport Business (A37) ที่มีเนื้อที่ประมาณ 548 ไร่ หรือ 876,800 ตารรางเมตร ในรูปแบบการเช่า เพื่อสร้างโรงแรมระดับ Upscale และ Midscale เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว สำหรับแปลงศูนย์บริการและสนับสนุนกิจการ ทสภ. นั้น มีเอกชนซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ ด้านการขนส่งทางอากาศ ด้านโลจิสติกส์และบริหารจัดการคลังสินค้า แสดงความประสงค์เข้าลงทุนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่

นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทอท. ได้วางผังการประโยชน์พื้นที่ว่างเปล่าบริเวณรอบท่าอากาศยานมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว โดยทางทิศใต้จะถูกพัฒนาเป็นศูนย์กลางกิจกรรมสนับสนุนท่าอากาศยานและการขนส่งทางอากาศ ประกอบด้วย ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ขนาดพื้นที่ 420,800 ตารางเมตร คลังสินค้า (Cargo Terminal) ขนาดพื้นที่ 280,000 ตารางเมตร กิจกรรมสนับสนุน ขนาดพื้นที่ 539,200 ตารางเมตร ซึ่งรวมพื้นที่ครัวการบิน (In-Fight Catering) ขนาดพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร และโรงแรมสนามบิน (Airport Hotel)

นายสิริพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมเดินหน้าเต็มกำลังสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น “ศูนย์กลางการบินในภูมิภาค” (Aviation Hub) ทั้งด้านการขนถ่ายผู้โดยสารและสินค้าทางอากาศ โดยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน รองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น

0 Comments
Share

Admin

Reply your comment

Your email address will not be published. Required fields are marked*