กมธ.กฎหมายฯ ระดมทุกภาคส่วนแก้ปัญหายาเสพติดทั้งระบบ ชู “คัดกรอง–บำบัด–ฟื้นฟู” เชื่อมการดูแลถึงครอบครัวและชุมชน
คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา จัดสัมมนา “ปัญหาการป้องกันปราบปราม และการบำบัดผู้เสพยาเสพติด” ระดมหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น บุคลากรด้านสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และภาคประชาชน ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดกรอง บำบัดรักษา ฟื้นฟู ติดตามต่อเนื่อง หวังพัฒนากฎหมายและระบบส่งต่อให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่การคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง “ปัญหาการป้องกันปราบปราม และการบำบัดผู้เสพยาเสพติด” โดยมี พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนา ขณะที่นายกิตติศักดิ์ หมื่นศรี รองประธานคณะกรรมาธิการฯ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ กล่าวรายงาน
การสัมมนาครั้งนี้มีคณะกรรมาธิการฯ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม กรมศุลกากร กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน หน่วยงานส่วนท้องถิ่น ตลอดจนสื่อมวลชน เข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ
พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคม เศรษฐกิจ ครอบครัว และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่มีความเชื่อมโยงกับปัญหาอาชญากรรม ความรุนแรง และปัญหาสุขภาพจิต จึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายและกลไกในการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัด ทั้งด้านกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย การจำแนกผู้กระทำผิดหรือผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงกระบวนการส่งต่อเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษาและฟื้นฟู
ประธานคณะกรรมาธิการฯ เน้นว่า “การคัดกรองและจำแนกผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด” เป็นประเด็นสำคัญ โดยควรแยกให้ชัดเจนระหว่างผู้เสพหรือผู้ที่มีภาวะพึ่งพายาเสพติด กับผู้ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้าและการกระทำความผิดที่เป็นภัยต่อสังคม เพื่อให้แต่ละกรณีได้รับการดำเนินการอย่างเหมาะสม และสามารถนำผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเข้าสู่ระบบได้อย่างทันท่วงที
ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้มีปัญหาการใช้ยาเสพติดร่วมกับอาการทางจิตเวชจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความซับซ้อนทั้งด้านการแพทย์ สุขภาพจิต ครอบครัว และกระบวนการยุติธรรม การแก้ไขปัญหาจึงไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานด้านสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานพยาบาล ครอบครัว และชุมชน
ระบบการดูแลควรเชื่อมโยงตั้งแต่ การค้นหาและคัดกรอง การประเมินความเสี่ยง การวินิจฉัย การส่งต่อ การบำบัดรักษา การติดตามอาการ การฟื้นฟูสมรรถภาพ ไปจนถึงการติดตามดูแลภายหลังกลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชน เพื่อป้องกันการกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำ และลดโอกาสที่ปัญหาสุขภาพจิตจะนำไปสู่ปัญหาทางสังคมหรือการกระทำผิดซ้ำ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับข้อจำกัดและความสอดคล้องของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจคัดกรอง การส่งต่อผู้ป่วย การคุ้มครองสิทธิของผู้เข้ารับการบำบัด การรักษาความลับของข้อมูลสุขภาพ ตลอดจนการกำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้กฎหมายสามารถรองรับสถานการณ์และรูปแบบปัญหายาเสพติดในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สำหรับการสัมมนาแบ่งการอภิปรายออกเป็น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. ปัญหาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยมี พันตำรวจเอก นิมิต ชิตเจริญ รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาตำรวจปราบปรามยาเสพติด, พ.ต.อ.คณพศ ธนภูมิบุญญิน นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ, สิบโท จำเริญชัย ใจเครือ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ ที่ทำการปกครองอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ, นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น กรรมการศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้จัดการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด และนายธนภัทร สิทธิวิไล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 บ้านหนองกกหมาก ตำบลดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี
และ 2. การบำบัดผู้เสพยาเสพติด โดยมี นายกฤษกร อุดมจินดา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงาน ป.ป.ส., นายจวน จันเครื่อง ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ที่ทำการปกครองอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน, นางสุกัญญา วัฒนประไพจิตร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนแต้, นางสมพร กองกะมุด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนพะยอม และศาสตราจารย์ ดร.ชูชาติ ช่วยธานี ประธานหลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ร่วมเป็นวิทยากร
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประสบการณ์ในพื้นที่ เพื่อหาแนวทางพัฒนาระบบการป้องกันและปราบปราม การคัดกรอง การบำบัดรักษา และการฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดให้มีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคท้องถิ่น และภาคประชาชน
คณะกรรมาธิการฯ หวังว่าผลจากการสัมมนาจะนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการพัฒนากฎหมาย การกำหนดบทบาทของหน่วยงาน การจัดทำระบบส่งต่อและฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการดูแลผู้มีปัญหาจากยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคม และการคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา






