ผู้ว่าฯสมุทรปราการ นำทีมสำรวจคลองลาดกระบัง-สาขา เชื่อมคลองสำโรง หาเส้นทางน้ำไหล เพิ่มประสิทธิภาพการบายน้ำ
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พันเอก ธนิวรรธณ์ คำกรุนันทกานต์ รอง ผอ.รมน.จังหวัดสมุทรปราการ นายภูมิวิทย์ นารถสกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสมุทรปราการ นายสมเดช ศรีวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี นายจาตุรนต์ นกขมิ้น รักษาการ นายกอบต.ราชาเทวะ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงเรือสำรวจเส้นทางน้ำในคลองลาดกระบังและคลองสาขา ที่เชื่อมต่อกับคลองสำโรง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยเริ่มสำรวจจากบริเวณคลองลาดกระบัง ซอยกิ่งแก้ว 14/1 ไปจนถึงบริเวณประตูระบายน้ำบางพลี ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการควบคุมปริมาณน้ำและป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามสภาพเส้นทางน้ำและประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยเฉพาะบริเวณประตูระบายน้ำบางพลี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมปริมาณน้ำจากคลองลาดกระบังเข้าสู่คลองสำโรง เนื่องจากคลองสำโรงมีแนวเส้นทางขนานกับถนนเทพารักษ์ ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของอำเภอบางพลี หากเกิดน้ำท่วมขังบนถนนเทพารักษ์ อาจส่งผลกระทบต่อการสัญจรและการดำเนินชีวิตของประชาชนเป็นวงกว้าง
โดยจังหวัดสมุทรปราการ ได้รับความร่วมมือจากโครงการชลประทานสมุทรปราการและโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตรในการพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำบางพลี เพื่อช่วยระบายน้ำจากคลองลาดกระบังเข้าสู่ระบบคลองสำโรง ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองลาดกระบังลดลง อย่างไรก็ตาม การเปิด–ปิดประตูระบายน้ำจำเป็นต้องพิจารณาตามหลักวิชาการและสถานการณ์น้ำอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองสำโรง รวมถึงพื้นที่เทศบาลตำบลเทพารักษ์และตำบลบางแก้ว โดยมุ่งบริหารจัดการน้ำให้เกิดความสมดุลและลดความเดือดร้อนของประชาชนในทุกพื้นที่ ซึ่งจากการสำรวจ พบว่า มีการติดตั้งเรือผลักดันน้ำบริเวณใต้สะพานในคลองลาดกระบังเพื่อสนับสนุนการระบายน้ำ ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบางพลีเริ่มคลี่คลายและมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ
ทั้งนี้ แม้สถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่จะเริ่มลดระดับลงแล้ว แต่ภารกิจของหน่วยงานภาครัฐยังไม่สิ้นสุด โดยจะต้องเร่งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งการจัดเก็บขยะและสิ่งปฏิกูลในคลองและชุมชน การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ตลอดจนการดำเนินการด้านการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัย ซึ่งจังหวัดสมุทรปราการจะยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการบริหารจัดการระบายน้ำและการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและสนับสนุนให้สถานการณ์ในพื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว















