กีฬา

“บิ๊กต้น” ชูนโยบายชิงเก้าอี้นายกรักบี้สมัย 3 ดึงศึกเวิลด์ซีรีส์จัดในไทย ดันรักบี้กึ่งอาชีพ พัฒนาโค้ชต่างจังหวัด

%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81

ก่อนการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งอาจจะจะมีขึ้นในวันที่ 7 เมษายนนี้ “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ อดีตนายกสมาคมฯ ที่เตรียมลงสมัครชิงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 3 ได้ประกาศนโยบายสำคัญในการพัฒนาวงการรักบี้ไทย

โดยหนึ่งในนโยบายหลักคือ การดึงการแข่งขันระดับโลก “World Series” มาจัดที่ประเทศไทย ซึ่งจะเป็นรายการใหญ่กว่าศึกเอเชียซีรีส์ และจะทำให้นักกีฬารักบี้จากทั่วโลกเดินทางมาแข่งขันในประเทศไทย พร้อมมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ทั้งนี้จะมีการหารือกับพันธมิตรหลักที่สนับสนุนสมาคมฯ มาโดยตลอดในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ไทยเบฟเวอเรจ หรือ ปตท. OR เพื่อร่วมกันผลักดันโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริง

นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายสำคัญในการ ผลักดันระบบรักบี้กึ่งอาชีพ เพื่อสร้างโอกาสให้นักกีฬารักบี้ไทยสามารถมีรายได้และเงินรางวัลจากการเล่นกีฬาได้อย่างจริงจัง หลังจากที่เคยประกาศเป็นนโยบายไว้ในสมัยที่ 2 แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จ

ลาออกก่อนเลือกตั้ง เพื่อความโปร่งใส
ประมุขรักบี้ไทยอาจจะประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคมฯ ในวันนี้ คือวันที่ 6 มีนาคม 2569 เนื่องจากจะเป็นวันประชุมสมาคมฯ วันสุดท้าย ก่อนหมดวาระสมัย และจะหยุดอนุมัติ ในเรื่องงบประมาณต่างๆ และ ที่สำคัญ
เพื่อให้การเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ในวันที่ 7 เมษายน ตามระเบียบ ข้อบังคับ เป็นไปด้วยความโปร่งใส

โดยตามระเบียบ พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน เลขาธิการสมาคมฯ จะทำหน้าที่รักษาการนายกสมาคม และจัดการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ตามกำหนด

ดันโค้ชต่างจังหวัดสู่ทีมชาติ
อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือ การยกระดับผู้ฝึกสอนในต่างจังหวัด
ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของ World Rugby ในแต่ละ Level

พร้อมเปิดโอกาสให้โค้ชที่ทำทีมประสบความสำเร็จในระดับพื้นที่ ได้เข้ามามีบทบาทเป็นทีมสตาฟโค้ชของทีมชาติไทย

เนื่องจากปัจจุบันจำนวนนักรักบี้เพิ่มมากขึ้น ทำให้จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนผู้ฝึกสอนให้สอดคล้องกับการพัฒนานักกีฬา

เดินหน้ารักบี้ 15 คน และสร้างทีมชาติหญิง
สำหรับรักบี้ 15 คน พ.ต.ท.กุลธน ยืนยันว่าจะยังคงให้ความสำคัญ เพราะถือเป็นพื้นฐานของกีฬารักบี้

ที่ผ่านมาได้เป็นผู้ริเริ่มการแข่งขัน Union Cup ซึ่งจัดมาแล้ว 2 ปี โดยมีทีมจากเอเชียและอาเซียนเข้าร่วม และในปีนี้จะมี 8 ทีมเข้าร่วมแข่งขัน พร้อมทั้งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ

นอกจากนี้ยังมีแผนสร้างทีมรักบี้หญิง 15 คนทีมชาติไทย เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติ

ในส่วนของการแข่งขันรักบี้ 15 คนภายในประเทศ สมาคมพบว่า หลายโรงเรียนมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ
บางแห่งมีงบทำทีมเพียง 40,000 – 50,000 บาทต่อปี ทำให้ไม่สามารถส่งทีมแข่งขันได้

จึงมีแนวคิดที่จะสนับสนุนงบประมาณให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัย ที่ต้องการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน

เดินหน้าสร้าง “รักบี้กึ่งอาชีพ” เริ่มจากทีมชาติ 7 คน

สำหรับการผลักดันให้กีฬารักบี้ก้าวสู่ระบบกึ่งอาชีพ สมาคมได้เริ่มต้นจากนักกีฬาทีมชาติในประเภท รักบี้ 7 คน ทั้งทีมชายและทีมหญิง โดยมีการสนับสนุนเงินเดือนให้กับนักกีฬาในช่วงที่ไม่มีการแข่งขัน เพื่อให้นักกีฬาสามารถฝึกซ้อมและพัฒนาศักยภาพได้อย่างต่อเนื่อง

การเริ่มต้นจากประเภท 7 คน เป็นเพราะมองว่า ศักยภาพของนักกีฬาไทยมีความเหมาะสมกับรูปแบบการแข่งขันประเภทนี้ ทั้งในด้านรูปร่าง ความคล่องตัว และทักษะการเล่น

ขณะเดียวกันผลงานของทีมชาติไทยในประเภท 7 คน ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ โดยเฉพาะ ทีมหญิงที่มีศักยภาพพัฒนาไปสู่ระดับ Top League ของ World Series ได้ในอนาคต

สมาคมเชื่อว่าการพัฒนากีฬารักบี้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องสร้าง “ความนิยม” ให้เกิดขึ้นกับกีฬา โดยตั้งใจใช้ทีมชาติรักบี้ 7 คนทั้งทีมชายและทีมหญิง เป็นกำลังสำคัญในการสร้างความนิยมให้กับกีฬารักบี้ในประเทศไทย

ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางรักบี้อาเซียน
ในบทบาทของ ประธานสมาพันธ์รักบี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ต.ท.กุลธน มีความตั้งใจที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางในการพัฒนากีฬารักบี้ของภูมิภาค

โดยได้มีความร่วมมือกับสมาคมรักบี้จากหลายประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน เพื่อนำองค์ความรู้และประสบการณ์ในด้านต่างๆ มาร่วมกันพัฒนาวงการรักบี้

ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมทั้งในด้าน

  • การพัฒนาทักษะนักกีฬา
  • การดูแลและพัฒนาศักยภาพนักกีฬา
  • การพัฒนาผู้ตัดสินและบุคลากรในวงการรักบี้

ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานกีฬารักบี้ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ก้าวสู่ระดับสากล

ผลักดัน “รักบี้ชายหาด”
อีกโครงการหนึ่งที่สมาคมได้เริ่มผลักดันคือ รักบี้ชายหาด (Beach Rugby)

ซึ่งได้รับการริเริ่มจาก
• นายพิษณุ จันทร์วังโปร่ง ประธานรักบี้ภาคกลางและตะวันออก
• และ อาจารย์เจริญ คงชนะ กรรมการภาคใต้

โดยได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากพื้นที่พัทยา และมีแผนขยายการแข่งขันไปยังภาคใต้ โดยมี อ.ยงศักดิ์ ณ สงขลา ประธานภาคใต้ พร้อมสนับสนุน

ทั้งนี้สมาคมเตรียมผลักดันให้ กกท. รับรองกีฬารักบี้ชายหาดอย่างเป็นทางการ เพื่อให้สามารถจัดการแข่งขันทั้งในประเทศและระดับนานาชาติได้

วางแผนสร้างสำนักงานและสนามรักบี้แห่งใหม่

พ.ต.ท.กุลธน ยังเปิดเผยถึงแผนจัดตั้งสำนักงานสมาคมแห่งใหม่
เนื่องจากปัจจุบันที่ทำการสมาคมอยู่ใต้สนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งมีพื้นที่เพียงสองห้องเล็ก และมีข้อจำกัดในการทำงาน

รวมถึงแนวคิดในการสร้างสนามรักบี้ของสมาคมเอง ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชนและคนในวงการรักบี้

ขอแรงสนับสนุนจากคนรักรักบี้ บิ๊กต้น “ได้ทิ้งวลีเด็ดไว้ว่า ในสนามรักบี้นั้น ไม่มีทีมไหนที่จะชนะคนเดียว ชนะกันเป็นทีม สมาคมฯ ก็เช่นกัน ผมต้องการ การรวมพลังกัน เพื่อชัยชนะ ในอนาคต อีกไม่ถึง 2 เดือนข้างหน้า เราไม่ได้เลือกแค่ นายกสมาคมฯ แต่เรากำลังงจะเลือกอนาคตของกีฬารักบี้ไทย“

พ.ต.ท.กุลธน ยังได้โพสต์ผ่าน Facebook ส่วนตัวว่า “สิ่งหนึ่งที่ผมทำแล้วมีความสุข คือการได้อยู่กับกีฬา โดยเฉพาะกีฬารักบี้ แม้จะเหนื่อยมาก แต่ก็มีความสุขที่ได้พัฒนากีฬาที่ผมรักมาตั้งแต่เด็ก และได้พบกับเพื่อนพ้องพี่น้องที่จริงใจ มาช่วยกันสร้างวงการรักบี้”

พร้อมหวังว่าคนในวงการรักบี้จะให้โอกาสและสนับสนุนให้ได้ทำงานต่อ เพื่อร่วมกันพัฒนากีฬารักบี้ไทยให้ก้าวไปข้างหน้า

0 Comments
Share

Admin

Reply your comment

Your email address will not be published. Required fields are marked*