กรมทางหลวงเดินหน้าทบทวนโครงการวงแหวนรอบนอก กทม. รอบที่ 3 ด้านตะวันออก เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน มุ่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมภูมิภาคอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายวิเชียร ขวัญเมือง ผู้อำนวยการหมวดทางหลวงอาวุโสบางพลี เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาศึกษาและทบทวนรูปแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 (ด้านตะวันออก) ตอน แยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 3312 – บรรจบทางหลวงหมายเลข 34 โดยมีหัวหน้าหน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมรับฟังข้อมูล เสนอความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะต่อแนวทางการพัฒนาโครงการ







ภายในงานมี น.ส.นริศรา ชลประเวส ผู้จัดการโครงการฯ นายณัฐวัฒน์ แก้วดี วิศวกรงานทาง และนายฤทธิชัย วุ้นศิริ ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม ร่วมบรรยายให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดโครงการ แนวทางการศึกษา ตลอดจนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนซักถามและแสดงความคิดเห็นอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กรมทางหลวง ได้ดำเนินการศึกษาและออกแบบโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 (ด้านตะวันออก) ตอน แยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 3312 – บรรจบทางหลวงหมายเลข 34 แล้วเสร็จในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพพื้นที่และบริบทการใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการศึกษาทบทวนรูปแบบโครงการใหม่ ทั้งในด้านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การศึกษาปริมาณการจราจร และการออกแบบรายละเอียดโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และความต้องการของประชาชนในปัจจุบัน






โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคขนส่งสินค้า รวมถึงลดปัญหาการจราจรแออัดบริเวณโดยรอบกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะบริเวณถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครรอบที่ 2 ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ การศึกษาทบทวนและออกแบบรายละเอียดโครงการยังมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เพื่อสะท้อนสภาพปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การพัฒนาโครงการที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนและภาพรวมของประเทศในอนาคต
