ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจัดการฝึกซ้อมเต็มรูปแบบตามแผนเผชิญเหตุของสนามบินและแผนฉุกเฉิน ประจำปี 2569 (SEMEX – 26)
วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) เวลา 08.00 น. พลอากาศเอกมนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ร่วมเปิดการฝึกซ้อมเต็มรูปแบบตามแผนเผชิญเหตุของสนามบินและแผนฉุกเฉิน ประจำปี 2569 (SEMEX – 26) ณ ห้องจัดเลี้ยง 1 อาคารสำนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการและรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นภายในท่าอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล
นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า การฝึกซ้อมในปีนี้เป็นการจำลองสถานการณ์เสมือนจริง จำนวน 3 สถานการณ์ สถานการณ์แรก กรณีตรวจพบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องภายในลังสินค้า ในขณะผ่านเครื่องตรวจค้น X- ray บริเวณจุดตรวจค้นสินค้า อาคารคลังสินค้าระหว่างประเทศ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ภายในเขตปลอดอากร ทสภ. หลังจากศูนย์รักษาความปลอดภัย ทสภ. ได้รับแจ้งเหตุ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ของ ทสภ. ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที ในขณะเดียวกันได้มีการจำลองสถานการณ์ที่ 2 เกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ที่จอดอยู่พื้นที่ใกล้คลังสินค้าทางทิศใต้ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยได้เข้าควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว และในระหว่างการฝึกซ้อม ได้มีการจำลองสถานการณ์ที่ 3 เกิดเหตุระเบิดบริเวณชานชาลาถนนด้านนอก หน้าอาคารผู้โดยสาร ชั้น 4 ประตู 10 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน และส่งผลกระทบต่อการให้บริการของ ทสภ. ซึ่งสถานการณ์ที่ 3 ไม่ได้มีการแจ้งให้ผู้เข้าร่วมฝึกซ้อมทราบล่วงหน้า












ทั้งนี้ เพื่อเป็นการทดสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการรับมือกับสถานการณ์แทรกซ้อนว่ามีการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มีประสิทธิภาพ
การฝึกซ้อมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติ สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน การเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุ การอพยพ และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นการรักษาชีวิตและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ รวมทั้งเป็นการทดสอบความพร้อมและความสมบูรณ์ของแผนเผชิญเหตุของสนามบินและแผนฉุกเฉินของ ทสภ. เพื่อนำผลการฝึกซ้อมและข้อสังเกตต่างๆ ไปปรับปรุงพัฒนาแผนปฏิบัติการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นด้านการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสาร
และผู้ใช้บริการ












นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า การฝึกซ้อมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนรวมทั้งสิ้น 24 หน่วยงาน ซึ่งทุกหน่วยงานมีบทบาทสำคัญในสถานการณ์ดังกล่าว อาทิ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ฯลฯ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ของ ทสภ. เข้าร่วมการฝึกซ้อม
ทสภ. ยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง
โดยจัดการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินร่วมกับทุกภาคส่วนเป็นประจำทุกปี เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยและมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการจากทั่วโลกว่าทุกการเดินทางผ่าน ทสภ. จะได้รับความปลอดภัยสูงสุด

