“เสียงสะท้อนจากพื้นที่…สู่การกำหนดนโยบายของจังหวัด” เมื่อเสียงของประชาชน กลายเป็นพลังในการกำหนดอนาคตของคลองสมุทรปราการ
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม Lobby Convention Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง สมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับเครือข่ายคนรักษ์คลอง ชมรมสิ่งแวดล้อมสมุทรปราการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ และสภาองค์กรชุมชนจังหวัดสมุทรปราการ จัดเวที “สรุปบทเรียนและร่วมกำหนดข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะ 6 โรงเรียน 6 คลอง 6 อำเภอ”
เวทีครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการขับเคลื่อนโครงการ “6 โรงเรียน 6 คลอง 6 อำเภอ” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในจังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้ โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ เชื่อมโยงเด็ก เยาวชน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน ให้ร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลคลองในพื้นที่ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน











ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน ทั้ง 6 พื้นที่ต้นแบบได้ร่วมกันเรียนรู้จากสถานการณ์จริงของชุมชน เกิดการสร้างเครือข่าย การพัฒนากลไกการมีส่วนร่วม และการสร้างต้นแบบการฟื้นฟูคลองที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ก่อนนำบทเรียนทั้งหมดมาร่วมกันสังเคราะห์ในเวทีระดับจังหวัด
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอิทธิพัทธ์ ธีระวรรณสาร ประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานเปิดเวที พร้อมด้วย ดร.กิตติ ยงค์สงวนชัย ประธานเครือข่ายคนรักษ์คลอง, นายโอฬาร กิจเลิศไพโรจน์ ประธานเครือข่ายคนรักษ์สุขภาพ, นายพิชัย แจ้งจรรยาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต 3, นางสาวนิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต 5 ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ภาคประชาชน และภาคีเครือข่ายจากทุกพื้นที่ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างพร้อมเพรียง
เวทีได้สังเคราะห์บทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบทั้ง 6 แห่ง ได้แก่
• โรงเรียนวัดด่านสำโรง อำเภอเมืองสมุทรปราการ
• โรงเรียนวัดบางฝ้าย อำเภอพระประแดง
• โรงเรียนวัดราษฎร์บูรณะ อำเภอบางพลี
• โรงเรียนวัดบางเพรียง อำเภอบางบ่อ
• โรงเรียนวัดหัวคู้ อำเภอบางเสาธง











แต่ละพื้นที่ได้นำเสนอเรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้นของปัญหา กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนบทเรียนสำคัญ และปิดท้ายด้วย “ข้อเสนอของพื้นที่” ซึ่งสะท้อนสถานการณ์จริง ความต้องการ และศักยภาพของชุมชน เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการฟื้นฟูคลองของจังหวัดสมุทรปราการ
เวทีครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา หากแต่เป็น จุดเชื่อมต่อจาก “เสียงของพื้นที่” สู่ “ข้อเสนอเชิงนโยบายของจังหวัด” เปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์จากชุมชน ให้กลายเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะที่เกิดจากการรับฟังและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง
จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ที่ประชุมได้ร่วมกันเสนอแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนการฟื้นฟูคลองจังหวัดสมุทรปราการ ดังนี้
1.จัดทำแผนฟื้นฟูและจัดการสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำแผนฟื้นฟูคลองและการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน สถานศึกษา ชุมชน และภาคีเครือข่าย เข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผน การดำเนินงาน การติดตาม และการประเมินผล
2.จัดตั้งกลไกการมีส่วนร่วมระดับท้องถิ่น
จัดตั้งคณะทำงานฟื้นฟูคลองที่ประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันวางแผน ขับเคลื่อน ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
3.ทบทวนกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรค
ผลักดันการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการบริหารจัดการคลอง
4.ผลักดันคลองสำโรงเป็นพื้นที่นำร่องระดับจังหวัด
เสนอให้แต่งตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนการฟื้นฟูคลองสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อศึกษา จัดทำแผนแม่บท บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน และพัฒนาคลองสำโรงให้เป็นต้นแบบของการฟื้นฟูคลองแบบมีส่วนร่วม ก่อนขยายผลสู่คลองสายอื่นของจังหวัด












ข้อเสนอทั้งหมดจากเวทีครั้งนี้ จะถูกรวบรวมและสังเคราะห์เป็น ร่างข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะด้านการฟื้นฟูคลองจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนำเสนอในเวที สมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรปราการ ประจำปี 2569 และผลักดันสู่การขับเคลื่อนร่วมกันของหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัดต่อไป
การขับเคลื่อนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การอนุรักษ์และฟื้นฟูคลองไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมของทุกภาคส่วน และเมื่อทุกคนได้ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมกำหนดทิศทาง นโยบายที่เกิดขึ้นจะสามารถตอบโจทย์ปัญหาของพื้นที่ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง
“อนาคตของคลองสมุทรปราการ จะไม่ถูกกำหนดโดยคนเพียงไม่กี่คน แต่จะถูกกำหนดจากการมีส่วนร่วมของพวกเราทุกคน”
วันนี้ เราไม่ได้เพียงสรุปบทเรียนของ “6 โรงเรียน 6 คลอง 6 อำเภอ” แต่เราได้ร่วมกันวางรากฐานของการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านการฟื้นฟูคลอง ที่เกิดจากพลังความร่วมมือของประชาชน ชุมชน ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อส่งต่อคลองที่มีชีวิตให้กับคนรุ่นต่อไป

