“ปรมินทร์ ด่านจิรกุล” ไว้ลายแชมป์เก่า แซงเอาชนะ “กิ๊ก พิษณุโลก” 8-5 เฟรม ซิวแชมป์สนุกเกอร์ 6 แดงไปครองอย่างสนุก ขณะที่ “บีม อคาเดมี่” เด็กสาววัย 15 ปี ต้อน “พลอย ขอนแก่น” คว้าแชมป์สนุกเกอร์หญิง 15 แดง ส่วน “รมย์ สุรินทร์” ยังเก๋าส์ สร้างตำนานซิวแชมป์บิลเลียดเป็นสมัยที่ 13 ได้อย่างสวยหรู
ในการแข่งขันสนุกเกอร์รายการ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซิกส์เรด ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ แข่งระบบ 7 ใน 13 เฟรม ณ สนามสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เกียรติธาดา อคาเดมี่ ในซอยสุคนธสวัสดิ์ (ลาดพร้าว 71 ) โดยได้รับเกียรติจาก “บิ๊กฮง” นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการมอบถ้วยแชมป์และเงินรางวัล








คู่ชิงชนะเลิศแข่งขันระบบ 8 ใน 15 เฟรม เป็นการพบกันระหว่าง ปรมินทร์ ด่านจิรกุล (นุ้ก คอนหวัน) นักสนุกเกอร์ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ โคจรมาพบกับ สันติภาพ อิ่มบุญสุ (กิ๊ก พิษณุโลก) ดีกรีเบอร์ 1 สนุ้กเกอร์ 6 แดงของเมืองไทย โดยในรอบรองชนะเลิศ “น้ก คอนหวัน” ชนะ ภาสกร สุวรรณวัฒน์ (กร นครปฐม) 7-2 เฟรม ขณะที่ “กิ๊ก พิษณุโลก” ชนะ เดชาวัต พุ่มแจ้ง “แจ๊ค สระบุรี” 7-6 เฟรม ซึ่ง ปรมินทร์ ด่านจิรกุล” ดีกรีแชมป์รายการนี้เมื่อปี พ.ศ.2564 ส่วน “กิ๊ก พิษณุโลก” เพิ่งเข้าถึงรอบชิงเป็นครั้งแรก
ออกสตาร์ทเฟรมแรก ปรมินทร์ ด่านจิรกุล โชว์ฟอร์มร้อนแรง แทงไม้เดียวขาด 58 แต้ม ขึ้นนำ 1-0 เฟรม
ในเฟรมที่สอง ปรมินทร์ แทงพลาดไม้เดียว โดน “กิ๊ก พิษณุโลก” ออกมาแทงหมดโต๊ะ ทำให้เสมอ 1-1 เฟรม
จากนั้นทั้งคู่ผลัดกันเก็บชัยชนะ 8 เฟรมยังเสมอกัน 4-4 เฟรม แต่ในเฟรมที่ 5 , เฟรมที่ 6 และ เฟรมที่ 7 ตกเป็นของ “นุ้ก คอนหวัน” ทำให้ขึ้นนำ 7-4 เฟรม
สุดท้ายเป็นทางด้าน ปรมินทร์ ด่านจิรกุล เบียดเอาชนะ 8-5 เฟรม (58-4, 3-45, 8-38, 40-24, 34-18, 34-21, 15-36, 19-33, 65-4, 45-20, 49-13 และ 34-11) คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 3 รับถ้วยรางวัลพร้อมเงินสดอีกจำนวน 240,000 บาท ส่วนรองแชมป์ “กิ๊ก พิษณุโลก” ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท







ต่อเนื่องในสนุกเกอร์หญิง 15 แดง รอบชิงชนะเลิศ แข่งขันระบบ 4 ใน 7 เฟรม เป็นการพบกันระหว่าง พลอยชมพู เหล่าเกียรติพงษ์ (พลอย ขอนแก่น) แชมป์ประเทศไทย 2 สมัย ในปี 2565 และ ปี พ.ศ. 2567 โคจรมาพบกับ ภัควลัญชญ์ กองแก้ว (บีม อคาเดมี่) นักสนุกเกอร์ดาวรุ่งในศูนย์ฝึกเพื่อความเป็นเลิศของสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย วัย 15 ปี ซึ่งเพิ่งเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรก ด้วยประสบการณ์ “พลอย ขอนแก่น” ดีกว่าค่อนข้างมาก แต่ระยะหลังไม่ค่อยมีรายการให้ลงแข่งขัน ขณะที่ “บีม อคาเดมี่” ยังลงแข่งขันของสมาคมทุกรายการ อีกทั้งยังซ้อมอยู่ในศูนย์ฝึกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝีมือพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตลอดการแข่งขัน “พลอย ขอนแก่น” ดูเหมือนจะเป็นต่อ แต่กลับแทงผิดพลาดบ่อยครั้ง ส่วน “บีม อคาเดมี่” ออกคิวได้ดีและแน่นอนกว่า สามารถเข้าเบรกยาว ๆ ได้ตลอด สุดท้ายจึงเป็นทางด้าน ภัควลัญชญ์ กองแก้ว (บีม อคาเดมี่) เป็นฝ่ายเอาชนะ “พลอย ขอนแก่น” นักสนุกเกอร์รุ่นพี่ ขาดลอย 4-0 เฟรม ( 70-23, 72-6, 63-35, 54-37 ) คว้าแชมป์ พร้อมรับเงินรางวัลอีก 40,000 บาท ส่วน “พลอย ขอนแก่น” รองแชมป์ ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท
ปิดท้ายด้วยการแข่งขันบิลเลียดรอบชิงชนะเลิศ แข่งขัน 4 ใน 7 เฟรม เป็นการพบกันระหว่าง ประพฤติ ชัยธนสกุล (รมย์ สุรินทร์) เจ้าของแชมป์ประเทศไทย 12 สมัย โคจรมาเจอกับ ยุทธภพ ภาคพจน์ (นุ้ก จันท์) โดยทั้งคู่เป็นนักกีฬาบิลเลียดทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา จึงทำให้ทั้งคู่รู้มือกันเป็นอย่างดี

ออกสตาร์ทในเกมแรก “นุ้ก จันท์” แทงไม้เดียวขาด ชนะ 101-3 แต้ม
จากนั้น รมย์ สุรินทร์ กลับมาแทงอย่างมีสมาธิมากยิ่งขึ้น จนสามารถเอาชนะ 4 เฟรมติดต่อกัน โดยเฉพาะในเฟรมที่ 5 แทงไม้เดียว 103 ทำให้ “รมย์ สุรินทร์” ชนะ “นุ้ก จันท์” 4-1 เฟรม ( 3-101 , 101-0 , 100-77 , 100-13 และ 103-0 ) คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 13 พร้อมรับเงินรางวัล 40,000 บาท ส่วนรองแชมป์ได้รับ 20,000 บาท
หลังการแข่งขัน นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย กล่าวแสดงความชื่นขม แชมป์ และ รองแชมป์ทั้ง สนุกเกอร์ 6 แดง , สนุกเกอร์หญิง 15 แดง และ แชมป์บิลเลียด “รมย์ สุรินทร์” ส่วนรายการต่อไปจะเป็นการแข่งขันบิลเลียดชิงแชมป์ประเทศไทย เริ่มวันแรกในวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน เวลา 12.00 น. ที่ สนามสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เกียรติธาดา อคาเดมี่ ในซอยสุคนธสวัสดิ์ (ลาดพร้าว 71 ) เข้าชมฟรี
